สมาร์ทโฟน Android เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจพบว่าประสิทธิภาพลดลง เช่น เครื่องช้าขึ้น โหลดแอปนาน หรือเกิดอาการค้างบ่อย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง
ตัวอย่างเช่น ไฟล์ขยะที่สะสมมากขึ้น แอปทำงานเบื้องหลังมากเกินไป หรือแม้แต่ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อัปเดต การปรับแต่งและตั้งค่าที่เหมาะสมสามารถช่วยคืนความเร็วให้มือถือของคุณกลับมาเหมือนใหม่ได้
บทความนี้จะแนะนำขั้นตอนการตั้งค่า Android ให้ทำงานเร็วขึ้น โดยครอบคลุมทั้งการล้างไฟล์ขยะ ปรับแต่งระบบ และการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
วิธีตั้งค่าให้มือถือ Android ทำงานเร็วขึ้น
1. ล้างไฟล์ขยะและแคชของแอป
ไฟล์แคช (Cache) และไฟล์ขยะ (Junk Files) จะถูกสร้างขึ้นเมื่อเราใช้งานแอปและอินเทอร์เน็ต ซึ่งถ้าสะสมมากเกินไปอาจทำให้เครื่องช้าลงได้
วิธีล้างไฟล์ขยะและแคช
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก ที่เก็บข้อมูล (Storage)
- แตะ ล้างพื้นที่ (Free up space) หรือ ข้อมูลแคช (Cached Data)
- เลือกล้างข้อมูลแคชของแต่ละแอปที่ไม่จำเป็น
นอกจากนี้ คุณสามารถใช้แอปจัดการพื้นที่ เช่น Files by Google หรือ CCleaner เพื่อช่วยล้างไฟล์ขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลัง
แอปที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมากเกินไปสามารถใช้ RAM และพลังงานแบตเตอรี่มากขึ้น ทำให้เครื่องทำงานช้าลง
วิธีปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลัง
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก แอป (Apps) > แอปที่ทำงาน (Running Apps)
- ดูแอปที่ใช้ RAM มากเกินไป แล้วเลือก หยุดการทำงาน (Force Stop)
คุณยังสามารถใช้ โหมดประหยัดพลังงาน (Battery Saver Mode) เพื่อลดการทำงานของแอปที่ไม่จำเป็น
3. ลบแอปที่ไม่ใช้งาน
แอปที่ไม่ได้ใช้งานนอกจากจะกินพื้นที่เก็บข้อมูลแล้วยังอาจทำให้ระบบทำงานหนักขึ้น
วิธีลบแอปที่ไม่จำเป็น
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก แอป (Apps) หรือ การจัดการแอป (App Management)
- เลือกแอปที่ไม่ได้ใช้และแตะ ถอนการติดตั้ง (Uninstall)
หรือสามารถใช้แอป Google Play Store > จัดการแอป & อุปกรณ์ (Manage apps & device) เพื่อดูว่าแอปใดไม่ค่อยถูกใช้
4. อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอป
การอัปเดตช่วยแก้ไขบั๊กและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง
วิธีอัปเดตระบบปฏิบัติการ (OS)
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก การอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)
- แตะ ตรวจสอบการอัปเดต (Check for Updates)
- หากมีอัปเดตใหม่ให้ดาวน์โหลดและติดตั้ง
วิธีอัปเดตแอป
- เปิด Google Play Store
- แตะที่ไอคอนโปรไฟล์ > จัดการแอป & อุปกรณ์
- แตะ อัปเดตทั้งหมด (Update All)
5. รีสตาร์ทเครื่องเป็นประจำ
การรีสตาร์ทช่วยเคลียร์ RAM และปิดแอปที่ทำงานเบื้องหลังทั้งหมด
วิธีรีสตาร์ท
- กดปุ่ม Power ค้างไว้ แล้วเลือก Restart
ควรรีสตาร์ทเครื่องอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
6. ใช้ Launcher ที่เบาและเร็วขึ้น
บาง Launcher ที่ติดมากับเครื่องอาจกินทรัพยากรเครื่องมาก ควรใช้ Launcher ที่ทำงานเบา เช่น
- Nova Launcher
- Microsoft Launcher
- Niagara Launcher
สามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Launcher ได้จาก Google Play Store
7. ปิดการใช้งานเอฟเฟกต์ภาพและแอนิเมชัน
เอฟเฟกต์ภาพทำให้เครื่องดูสวยงามแต่ก็กินทรัพยากรเครื่องมากขึ้น
วิธีปิดแอนิเมชัน
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone)
- แตะ เลขเวอร์ชัน (Build Number) 7 ครั้งเพื่อเปิดโหมดนักพัฒนา
- ไปที่ ตัวเลือกสำหรับนักพัฒนา (Developer Options)
- ปรับ Window animation scale, Transition animation scale และ Animator duration scale เป็น 0.5x หรือปิด
8. ปิดการซิงค์อัตโนมัติของบัญชีที่ไม่จำเป็น
การซิงค์ข้อมูลช่วยให้ข้อมูลอัปเดตอัตโนมัติ แต่ก็ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้น
วิธีปิดการซิงค์บางบัญชี
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก บัญชี (Accounts)
- เลือกบัญชีที่ไม่จำเป็นและปิด การซิงค์อัตโนมัติ (Auto-sync Data)
9. ปรับแต่งการตั้งค่าแบตเตอรี่ให้เหมาะสม
โหมดประหยัดพลังงานช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องและเพิ่มความเร็วในการทำงาน
วิธีเปิดโหมดประหยัดพลังงาน
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก แบตเตอรี่ (Battery)
- เปิด โหมดประหยัดพลังงาน (Power Saving Mode)
10. รีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน (Factory Reset) หากจำเป็น
หากเครื่องยังช้าแม้ทำทุกวิธีแล้ว อาจต้องรีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน
วิธีรีเซ็ตเครื่อง
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก การจัดการทั่วไป (General Management)
- แตะ รีเซ็ต (Reset) > คืนค่าการตั้งค่าโรงงาน (Factory Data Reset)
- แตะ รีเซ็ตอุปกรณ์ (Reset Device)
หมายเหตุ: ควร สำรองข้อมูล (Backup Data) ก่อนรีเซ็ต
บทสรุป การตั้งค่ามือถือ Android ให้ทำงานเร็วขึ้นสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการล้างไฟล์ขยะ ปิดแอปที่ไม่จำเป็น ลบแอปที่ไม่ได้ใช้ อัปเดตซอฟต์แวร์ และปรับแต่งการทำงานของระบบ เช่น ลดแอนิเมชันและปิดการซิงค์อัตโนมัติ หากเครื่องยังช้า อาจต้องพิจารณารีเซ็ตเป็นค่าโรงงานเพื่อคืนประสิทธิภาพให้เหมือนใหม่ การดูแลและปรับแต่งเป็นประจำจะช่วยให้สมาร์ทโฟนทำงานได้เร็วและยาวนานขึ้น