DMARC (Domain-based Message Authentication, Reporting, and Conformance) เป็นโปรโตคอลที่ช่วยป้องกันการปลอมแปลงอีเมล (Email Spoofing) และฟิชชิ่ง (Phishing)
ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญในโลกไซเบอร์ องค์กรและธุรกิจจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาอีเมลปลอมที่แอบอ้างเป็นบริษัทหรือบุคคลสำคัญเพื่อหลอกลวงผู้ใช้
DMARC ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมความปลอดภัยให้กับอีเมลโดยใช้เทคโนโลยี SPF (Sender Policy Framework) และ DKIM (DomainKeys Identified Mail) เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของอีเมล และกำหนดนโยบายการจัดการกับอีเมล ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ เมื่อใช้งาน DMARC อย่างถูกต้อง องค์กรสามารถลดความเสี่ยงของการโจมตีผ่านอีเมล ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของโดเมนอีเมล และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานโดเมนของตนเอง
DMARC คืออะไร?
DMARC (Domain-based Message Authentication, Reporting, and Conformance) เป็นมาตรฐานที่ใช้กำหนดนโยบายและตรวจสอบความถูกต้องของอีเมลที่ส่งออกจากโดเมน เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและการโจมตีแบบฟิชชิ่ง โดย DMARC จะอาศัยการทำงานร่วมกับ SPF (Sender Policy Framework) และ DKIM (DomainKeys Identified Mail)
หลักการทำงานของ DMARC
DMARC จะทำงานโดยการกำหนดนโยบายที่บอกให้เซิร์ฟเวอร์อีเมลปลายทางตรวจสอบอีเมลที่ส่งจากโดเมนนั้นๆ ตามเงื่อนไขต่อไปนี้
1. SPF (Sender Policy Framework)
- เป็นการกำหนดรายการของเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งอีเมลในนามของโดเมนนั้นๆ
- เมื่ออีเมลถูกส่งจากโดเมนขององค์กร ระบบของผู้รับจะตรวจสอบว่าเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ส่งอีเมลอยู่ในรายการ SPF หรือไม่
2. DKIM (DomainKeys Identified Mail)
- ใช้การเข้ารหัสแบบกุญแจสาธารณะ (Public Key Cryptography) เพื่อเพิ่มลายเซ็นดิจิทัลในอีเมล
- ผู้รับสามารถตรวจสอบว่าลายเซ็นดิจิทัลตรงกับกุญแจสาธารณะที่กำหนดไว้ใน DNS ของโดเมนต้นทางหรือไม่
3. การตรวจสอบ DMARC
- เมื่ออีเมลมาถึงเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง ระบบจะตรวจสอบ SPF และ DKIM ว่าผ่านเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่
- หาก SPF หรือ DKIM ไม่ผ่าน DMARC จะใช้กฎที่กำหนดไว้เพื่อตัดสินใจว่าจะรับ ส่งไปยังโฟลเดอร์สแปม หรือปฏิเสธอีเมลนั้น
ความสำคัญของ DMARC
1. ป้องกันการปลอมแปลงอีเมล (Email Spoofing)
- DMARC ช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันอีเมลที่ถูกปลอมแปลงชื่อโดเมนเพื่อใช้ในการโจมตีแบบฟิชชิ่ง
- ลดความเสี่ยงที่ลูกค้าหรือพนักงานจะตกเป็นเหยื่อของอีเมลปลอม
2. ลดโอกาสที่อีเมลขององค์กรจะถูกส่งไปยังโฟลเดอร์สแปม
- DMARC ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของอีเมล ทำให้อีเมลที่ถูกต้องไม่ถูกกรองเป็นสแปมโดยผู้ให้บริการอีเมล เช่น Gmail, Outlook และ Yahoo
3. เพิ่มความปลอดภัยของธุรกรรมทางอีเมล
- องค์กรที่ใช้ DMARC สามารถมั่นใจได้ว่าอีเมลที่ส่งจากโดเมนของตนได้รับการรับรองความถูกต้อง
- ลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบ Business Email Compromise (BEC)
4. ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอีเมลที่ส่งจากโดเมน
- ผู้ดูแลระบบสามารถรับรายงานเกี่ยวกับอีเมลที่ส่งจากโดเมนและดูว่าอีเมลใดผ่านหรือล้มเหลวในการตรวจสอบ SPF และ DKIM
วิธีการตั้งค่า DMARC
1. การกำหนดค่า SPF และ DKIM
ก่อนตั้งค่า DMARC ควรแน่ใจว่าได้กำหนดค่า SPF และ DKIM ให้เรียบร้อย
SPF Record ตัวอย่าง
v=spf1 include:_spf.google.com ~all
DKIM Record ตัวอย่าง
google._domainkey.example.com TXT "v=DKIM1; k=rsa; p=MIGfMA0..."
2. การสร้าง DMARC Record
DMARC ถูกกำหนดค่าในรูปแบบ TXT record ใน DNS ของโดเมน ตัวอย่างการตั้งค่า DMARC
_dmarc.example.com TXT "v=DMARC1; p=reject; rua=mailto:dmarc-reports@example.com; ruf=mailto:dmarc-failures@example.com; fo=1"
- p=none: ไม่บล็อกอีเมลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ แต่จะส่งรายงาน
- p=quarantine: ส่งอีเมลที่ไม่ผ่านไปยังโฟลเดอร์สแปม
- p=reject: ปฏิเสธอีเมลที่ไม่ผ่านโดยสมบูรณ์
3. การตรวจสอบและปรับปรุง
- ใช้เครื่องมือตรวจสอบ DMARC เช่น Google Postmaster, dmarcian, MxToolbox
- วิเคราะห์รายงาน DMARC เพื่อดูว่าอีเมลจากโดเมนของคุณถูกส่งจากที่ใด
บทสรุป DMARC เป็นมาตรฐานสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันการปลอมแปลงอีเมล ลดความเสี่ยงของการโจมตีแบบฟิชชิ่ง และเพิ่มความน่าเชื่อถือของอีเมลที่ส่งออกจากโดเมนของตนเอง การตั้งค่า DMARC อย่างถูกต้องต้องใช้การผสาน SPF และ DKIM และต้องมีการติดตามผลผ่านรายงาน DMARC อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าการตั้งค่ามีประสิทธิภาพ